วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558

๐ ประวัติความเป็นมาของเชียงของ

ประวัติความเป็นมาของเชียงของ


ประวัติความเป็นมาของเชียงของ


เมืองลุ่มแม่น้ำโขง…ที่เติบโตขึ้นในฐานะชุมชนเล็กๆ ชุมชนหนึ่ง บางช่วงอยู่ในสถานะเมืองอิสระ ปกครองตัวเอง แต่บางช่วงเวลาอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาต่างๆ เช่น โยนก สมัยหิรัญนครเงินยาง นครนันทบุรี (น่าน) รวมทั้งภายใต้การปกครองของพม่า และกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งเป็นหัวเมืองบริเวณของสยาม 

          ประเทศในยุคล่าอาณานิคม ของประเทศตะวันตก เชียงของถูกกำหนดให้เป็น “ดินแดนส่วนกลาง” ระหว่างสยามประเทศกับฝรั่งเศส ที่ต้องการยึดครองดินแดนลุ่มแม่น้ำโขง ณ เวลาหนึ่ง ต้องผจญกับการถูกรุกราน และถูกยึดเมืองโดยกลุ่มเงี้ยว ก่อนที่จะหวนกลับมาเป็นหัวเมืองหนึ่งของมณฑลพายัพ และก้าวเข้าสู่การเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย 

ในเวลาต่อมา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นต้องการสร้างวงศ์ไพบูลย์มหาเอเชียบูรพา ได้ขอผ่านประเทศไทยไปยึดครองประเทศพม่า เชียงของเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ญี่ปุ่น ได้เข้ามาตั้งฐานกำลังสนับสนุนการทำ สงคราม ครั้นยุคสงครามเย็น เชียงของถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีชมพู ซึ่งหมายถึงจุดของการต่อสู้เพื่อแย่งชิงประชากร ระหว่างลัทธิสังคมนิยม กับโลกเสรี (ประชาธิปไตย) แต่เมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย เชียงของได้รับการพัฒนามาตามลำดับ ในฐานะอำเภอหน้าด่านของจังหวัดเชียงราย มีการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้าน (ลาว) และจีนตอนใต้ ระยะเวลากว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา เชียงของถูกวางให้เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และเป็นประตูสู่อินโดจีน 

          มีบทบันทึกในหนังสือพื้นบ้านตั้งแต่สมัยพุทธกาลว่า ครั้งหนึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยเสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ และทรงเทศนาสั่งสอนชาวป่า ทางตะวันตกของแม่น้ำโขงคือ “อำเภอเชียงของ” ในปัจจุบัน ทั้งนี้ พระพุทธเจ้าทรงเทศนาโปรดเวไนยสัตว์ ณ เมืองเชียงของ ตำนานพื้นบ้านบันทึกไว้ว่า… 

          ในช่วงเวลาที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า ทรงเสด็จเทศนาโปรดเวไนยสัตว์เป็นเวลา 45 ปีนั้น ครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระอานนท์ ได้เสด็จถึงดอยแห่งหนึ่งใกล้เมืองเมิง อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ดอยแห่งนั้นมีซอกเขาสลับซับซ้อน วิจิตรงดงาม มีถ้ำที่พระองค์ได้ประทับรอยพระบาทเบื้องขวาไว้บนก้อนหินก้อนหนึ่ง ใกล้กับหินใหญ่ที่ชะโงกเงื้อมคล้ายกระท่อม อยู่ทางด้านขวาติดกับปากถ้ำ หันมาทางทิศตะวันออก (ปัจจุบันมีรอยพระบาทปรากฏอยู่บนก้อนหินนั้น) แล้วพระองค์ได้เสด็จข้ามแม่น้ำโขงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มายังบ้านแห่งหนึ่ง 

คือบ้านของตำมิละ ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำโขง พระองค์ได้เสด็จลงสรงน้ำ บนก้อนหินก้อนหนึ่งมีรูปคล้ายช้าง ตั้งอยู่กลางลำน้ำโขง พระองค์ได้ประทับบริเวณใต้ต้นขนุนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ได้ทรงเทศนาสั่งสอนชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ให้ถือศีล 5 แทนการเลี้ยงผี ก่อนพระองค์จากไปด้วยความอาลัย ตำมิละหัวหน้าบ้านจึงเอ่ยขอสิ่งหนึ่งจากพระองค์ไว้เพื่อระลึกถึง ในเวลานั้นพระองค์ประทับหันพระพักตร์ไปทางตะวันตก พระองค์จึงเอาพระหัตถ์ขวาลูปพระเศียร ได้พระเกศามาสองเส้นเอายื่นให้แก่ตำมิ ละ โดยพระหัตถ์ของพระองค์เอง แล้วบอกแก่ตำมิละว่า…

          “ผมเราสองเส้นนี้ให้บรรจุไว้ทางซ้ายมืออยู่เดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนจะบรรจุเส้นผมเราสองเส้นนี้ ให้ท่านวัดตั้งแต่ที่เราอยู่เดี๋ยวนี้ทั้งสองข้างซ้าย ขวา ให้มีระยะเท่ากัน”

          ภายหลังหัวหน้าบ้าน ได้นำเส้นพระเกศาบรรจุผอบทองคำหนัก 5 บาท ผอบละหนึ่งเส้น ใส่ไว้ในเรือทองคำหนัก 25 บาท ลำละ 1 ผอบ แล้ววัดระยะจากที่พระพุทธเจ้าเคยประทับออกไปในทางซ้าย-ขวา ในระยะที่เท่ากัน ขุดหลุมลึก 9 วา เอาเรือที่บรรจุผอบวางไว้ในหลุมทั้งสองข้าง ข้างละหนึ่งลำ เอาเรือลอยไว้ในหลุมดิน แล้วก่ออิฐทับขึ้นจนพ้นผิวดินไม่ใหญ่ไม่สูง เป็นเพียงเครื่องหมายให้รู้ไว้เท่านั้น ซึ่งก็คือบริเวณพระเจดีย์วัดหลวง ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายมือ และพระเจดีย์วัดแก้วซึ่งอยู่ฝั่งขวา เช่นที่ปรากฎในปัจจุบัน จากนั้นหัวหน้าบ้านตำมิละได้ว่าจ้างผู้รู้หนังสือ มาสลักหินไว้สองแผ่นมีความ กว้าง 1 ศอก ยาว 2 ศอก โดยสลักเป็นอักษรขอมโบราณเต็มแผ่นศิลา ในศิลาจากรึกได้กล่าวถึงพระพุทธเจ้า ได้ประทับรอยพระบาทที่แขวงเมืองเมิง ของอินโดจีน ฝรั่งเศส พร้อมทั้งบอกตำแหน่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับใต้ต้นขนุน 

          บนศิลาจารึกนั้นยังได้ทำผู้ที่จะมาสร้างพระเจดีย์ทั้งสองแห่งคือ “พระยาไชยราช” อีกทั้งจารึกข้อความไว้เกี่ยวกับความรุ่งเรือง ของพระศาสนา และเมืองเชียงของ ในอนาคต แล้วหัวหน้าบ้านได้นำศิลาจารึกทั้ง 2 แผ่นฝังไว้เป็นใบเสมา ณ ที่ฝังผอบบรรจุพระเกศาทั้งสองแห่งซ้าย-ขวา

          *** หมายเหตุ : สำหรับแผ่นศิลาที่หนังสือพื้นเมืองได้กล่าวอ้างนี้ “เจ้าหนานบุษรศ” ผู้เรียบเรียงประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเชียงของ ได้บันทึกไว้ว่า ศิลาจารึกทั้ง 2 แผ่น ได้ถูกนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันนำออกไป เมื่อ ร.ศ.124 หรือ พ.ศ. 2449 โดยนักท่องเที่ยวผู้นั้นสามารถอ่านอักษรขอมโบราณได้ จึงได้นำปืนไรเฟิลชนิด 3 ลำกล้อง สำหรับยิงสัตว์มาแลกจากเจ้าราชวงศ์ “บุณรังษี” ซึ่งเป็นน้องเขยของเจ้าจิตตวงษ์ เจ้าเมืองเชียงของในเวลานั้น แล้วนำศิลาทั้งสองแผ่นลงเรือถ่อขนาดใหญ่ในลำน้ำโขงสมัยนั้น มุ่งหน้าไปทางเมืองเชียงแสน 

ที่มา : ประวัติการสร้างเมืองเชียงของ ขุนภูนพิเลขกิจ (เจ้าหนานบุษรศ จิตตางกูร) พ.ศ. 2548 
http://chiangrai.kapook.com/chiangkhong-2/
http://www.chiangkhong.com

๐ สินค้าที่ระลึก

สินค้าที่ระลึก


เห็นสีสันหน้าร้านก็สะดุดตาแล้วครับ กับร้านขายเปล ที่มีชื่อว่า jumbo Hammock เขามีสาขาอยู่ในแหล่งทอ่งเที่ยวหลายที่ เพราะนักท่องเที่ยวชอบเปลแบบนี้มาก โดยเฉพาะว่ามันทำมือ ทำโดยชาวเขา และชาวเผ่าตองเหลือง เหมือนมาช่วยเรื่องอาชีพให้คนท้องถิ่นแต่งล่ะที่ ที่ร้านไปเปิดด้วยครับ เปลสายรุ้งพวกนี้ มีหลายแบบและหลายราคาครับ 

ราคาอาจจะสูงไปสักหน่อยสำหรับคนไทย แต่ต้องคิดว่ากว่าเขาจะทำได้อันนึงไม่ง่ายนะครับ ใช้เวลามาก ลองเข้าไปดูในร้าน เขาก็มีแขวนไว้หลายอัน และมีคนมานั่งทำให้เราดูด้วยว่ามันไม่ง่ายเลย กว่าจะได้ของที่มีคุณภาพออกมา ผู้จัดการร้านเป็นคนต่างชาติครับ พูดไทยได้นิดหน่อย ชวนเราดูเปลหลายๆอัน 









ทุกเปลที่ขายอยู่จะมีป้าย แสดงสรรพคุณ ว่าทำมาจากอะไรยัง ไว้ด้วย และติดราคาไว้ด้วย ใครจะซื้อไปนอนชิวๆ ริมโขงก็ไม่เลวนะ ไม่เหมือนใครแน่นอนทำมือซะด้วย









สาหร่ายน้ำจืด (ไก) อาหารแนะนำต้องลองชิมดู

ไก เป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง สีเขียวๆ นิยมรับประทานกันมากสำหรับ ตามชุมชนที่ติดลำน้ำโขง ที่เชียงของนี้ ช่วงที่น้ำโขงลด ให้เห็นโขดหินตั้งแต่หนาวหนาวลงไปจนก่อนหน้าฝน จะเห็นชาวบ้านไปเก็บกันประจำครับ หาง่ายๆตามซอกหิน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน 

วิธีรับประทานก็มีด้วยกันหลายแบบครับ ตั้งแต่เป็นแผ่นนำมาทอด ปิ้งย่าง ต้ม หรือขายกันแบบสดๆ สีเขียวๆ ก็มี ปัจจุบันเป็นสินค้าOTOP ด้วย เนื่องจากไกหรือสาหร่ายน้ำจืด (ไก) สามารถใช้ประกอบอาหารได้้หลากหลาย (ปัจจุบันได้มีการนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริม ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากชนิดหนึ่ง)
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก ไก



จุดขายของที่ระลึกที่ท่าเรือสินค้า


จุดขายของที่ระลึกที่ท่าเรือสินค้า

เป็นบริเวณขนถ่ายสินค้า ท่าเทียบเรือใหญ่บริเวณนี้ จัดเป็นจุดตั้งร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายร้าน โดยเฉพาะสินค้าประเภททำมือ อย่างสินค้าชาวเขา ชุดเสื้อผ้า กระโปรง รองเท้า กระเป๋า ที่เก๋น่ารักสไตล์ชาวเขา ลวดลายที่เห็นแล้วอยากได้จริงๆ มีหลายร้านนะครับลองหาของที่ระลึกแถวนี้ได้เลย สวยๆทั้งนั้น 













๐ อาหารและร้านอาหาร

อาหารและร้านอาหาร



ร้านข้าวซอยป้าแสงจันทร์ (สูตรดั่งเดิมแบบฉบับเชียงของ)


ร้านข้าวซอยป้าแสงจันทร์ (สูตรดั่งเดิมแบบฉบับเชียงของ)

ข้าวซอยที่เชียงของนี้ต่างจากที่เราเคยเห็นที่เชียงใหม่ครับ ตั้งแต่เส้นที่ใช้เส้นขนมจีนสด และไม่เป็นน้ำแบบที่เคยเห็นด้วย มันเป็นรูปแบบดั้งเดิมของคนเชียงของ โดยเฉพาะร้านนี้ ร้านป้าแสงจันทร์ที่คนท้องถิ่นแนะนำ และลงความเห็นกันแล้วว่า เพื่อนมาทีไรยังไงก็อยากให้ลองชิมข้าวซอยแบบฉบับเชียงของแท้ๆ พามาร้านนี้ทุกที
ร้านข้าวซอยป้าแสงจันทร์ ตั้งอยู่ใน เทศบาลซอย7 เดินเข้าไปแยกติดริมน้ำ ท่าผาถ่าน จะมีร้านเล็กๆตั้งอยู่ 











สาหร่ายน้ำจืด (ไก)


ไก เป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่ง สีเขียวๆ นิยมรับประทานกันมากสำหรับ ตามชุมชนที่ติดลำน้ำโขง ที่เชียงของนี้ ช่วงที่น้ำโขงลด ให้เห็นโขดหินตั้งแต่หนาวหนาวลงไปจนก่อนหน้าฝน จะเห็นชาวบ้านไปเก็บกันประจำครับ หาง่ายๆตามซอกหิน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายน 



วิธีรับประทานก็มีด้วยกันหลายแบบครับ ตั้งแต่เป็นแผ่นนำมาทอด ปิ้งย่าง ต้ม หรือขายกันแบบสดๆ สีเขียวๆ ก็มี ปัจจุบันเป็นสินค้าOTOP ด้วย เนื่องจากไกหรือสาหร่ายน้ำจืด (ไก) สามารถใช้ประกอบอาหารได้้หลากหลาย (ปัจจุบันได้มีการนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริม ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมากชนิดหนึ่ง)



ล้านก๋วยเตี๋ยว (ร้านก๋วยเตี๋ยวน่ารักมากที่เชียงของ)


ล้านก๋วยเตี๋ยว (ร้านก๋วยเตี๋ยวน่ารักมากที่เชียงของ)

อีกหนึ่งร้านสะดุดตา ที่ดูเตะตาจังๆคงเป็นที่เห็นแว๊ปแรกนึกว่าร้านอาหารญี่ปุ่น ขณะที่ผมขี่จักรยานอยู่นั้น ก็จอดรถเข้าไปทันใด ...ว้าว ชื่อร้าเขาเขียนว่า “ล้านก๋วยเตี๋ยว” ซึ่งมันเป็น “ร้านก๋วยเตี๋ยว” ขายบะหมี่อะไรประมาณนี้นะ ..มีลูกเล่นนะร้านนี้ แถมการตบแต่งที่เก๋ไก๋สะดุดตาอีกด้วย 

สังเกตุที่ป้ายหน้าร้าน เขียนว่า "ล้านก๋วยเตี๋ยว"



การตบแต่งภายในดูไม่ธรรมดาครับ ออกแนวย้นยุค ถวิลหาอดีต บวกกับartนิดๆ


ที่ชั้นด้านพนังร้าน มีพวกโบสการ์ด ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราๆได้ไม่ยาก แม้ไม่ได้มากินก็น่าเขามาชมนะว่ามั๊ย



รเดอร์ คอฟฟี่ แอท เชียงของ



ไรเดอร์ คอฟฟี่ แอท เชียงของ (Rider's Coffee @ Chiangkhong)

อาหาร / กาแฟ ชา , ขนม เบเกอรี่ ไอศกรีม

398 ถนนสายกลาง บ้านหัวเวียง ต.เวียง เชียงของ, เชียงราย 57140 0 5379 1522


ร้านกาเเฟอิ่มอุ่น(อ.เชียงของ จ.เชียงราย)




ร้านอาหาร 7he Vow (เดอะวาว)